ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการ แทงบอล
การเคลื่อนไหวของตำรวจ โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผบช.น. ได้มีคำสั่งไปยัง รอง ผบช.น. , ผู้บังคับการ และหน่วยต่างๆในสังกัด ให้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการ แทงบอล ในทุกระดับ พร้อมจัดชุดเฉพาะกิจสืบสวนสอบสวน และจับกุมผู้กระทำความผิดในช่วงเวลา 1 เดือนนี้เป็นพิเศษ
โดยระดับ สน. (โรงพัก) ให้จัดชุดปฏิบัติการ 88 ชุด , ระดับกองบังคับการ 1-9 และกองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ จัด 10 ชุด , ศูนย์สวัสดิภาพเด็กเยาวชนและสตรี จัด 1 ชุด , ศูนย์สืบสวน บช.น. จัด 2 ชุด เป็นชุดจับกุม 1 ชุด และชุดสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยีอีก 1 ชุด รวมทั้งสิ้น 101 ชุด โดยมุ่งเน้นให้ทุกฝ่าย ปราบปรามเจ้ามือ แทงบอล และนัก แทงบอล ให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ
พล.ต.ต .เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบช.น. ซึ่งรับผิดชอบงานปราบปรามอบายมุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแนวทางการปฏิบัติงาน กับชุดปราบปราม แทงบอล ทั้ง 101 ชุดแล้ว เริ่มจากให้ตรวจสอบหาแหล่งที่มีโต๊ะ แทงบอล พบว่า มีขึ้นบัญชีไว้กว่า 200 แห่ง โดยตำรวจจะมุ่งเน้นไปที่โต๊ะ แทงบอล รายใหญ่จำนวน 12 ราย มีเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาท จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งหาข้อมูลเพื่อสืบสวนจับกุม
นอก จากนั้น ยังได้เน้นย้ำให้คุมเข้มสถานบริการ เพราะตารางการแข่งขันในเกือบทุกวัน จะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว จึงให้แต่ละท้องที่ เพิ่มความเข้มงวดให้มากยิ่งขึ้น และหากพบว่าสถานบริการแห่งใด มีการลักลอบเล่นการ แทงบอล ก็ให้จับกุมได้ทันที
ขณะเดียว กัน ก็ได้สั่งการให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ บช.น. ตรวจสอบการ แทงบอล โลก ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีเป้าหมายใหญ่ๆ อยู่ 10 ราย
ส่วนการ แทงบอล กับโต๊ะรับ แทงบอล ของต่าง ประเทศ ก็ต้องตรวจสอบเงินเข้า-ออกบัญชี ว่า มีความผิดปกติอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งให้นำกฎหมายฟอกเงิน มาประกอบเพื่อพิจารณาความผิด แล้วส่งเรื่องไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ดำเนินคดีต่อเนื่องไปด้วย
“ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการประเมินผลของการทำงาน กันทุกสัปดาห์ และหากมีตำรวจหน่วยอื่นเข้ามาจับกุม แทงบอล ในท้องที่ใด ท้องที่นั้นจะต้องรับผิดชอบ แต่การลงโทษก็จะต้องดูเจตนา ประกอบกับสถิติการปฏิบัติงานด้วย โดยหากละเลย จะมีการพิจารณาโทษอย่างแน่นอน ที่สำคัญหากพบว่า มีตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยว แทงบอล หรือรับผลประโยชน์กับเจ้ามือโต๊ะ แทงบอล ด้วยแล้ว จะสั่งให้ออกจากราชการทันที” พล.ต.ต.เจตน์ กล่าว
สำหรับ ปัญหาที่มักจะตามมา หลังจากเทศกาลฟุตบอลโลกจบลง ก็คือ สถิติคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ทั้งลัก วิ่ง ชิง ปล้น จะเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้เสีย แทงบอล จะต้องหาเงินมาใช้หนี้ แทงบอล นั้น
รอง ผบช.น. บอกว่า ได้วางแนวการป้องกันเหตุดังกล่าวไว้แล้ว ดังนั้นขอให้ประชาชนชมฟุตบอลโลกอย่างสนุกสนาน และหลีกเลี่ยงจากการ แทงบอล ขันต่อทุกประเภท
พ.ต.อ.สุรัศมิ์ อุดมรัตน์ ผู้ กำกับการศูนย์สวัสดิภาพเด็กเยาวชนและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงสถานการณ์การเล่น แทงบอลโลก ในส่วนที่จะกระทบถึงเด็กและเยาวชน ว่า
รูปแบบการเล่น แทงบอล ครั้งนี้น่าเป็นห่วงมาก เพราะไม่เหมือนกับการเล่น แทงบอล ในช่วง พรีเมียร์ลีก หรือบุนเดสลีกา ทั้งนี้ เพราะการแทงฟุตบอลในช่วงนั้น จะเป็นลักษณะ “บอลชุด” มีโพย แทงบอล ชัดเจน
แต่การแข่งขันฟุตบอลโลก ในแต่ละวัน จะมีคู่เตะไม่เกิน 3 คู่ ฉะนั้นการแทงผ่านโต๊ะรับ แทงบอล จะน้อยลง แต่นัก แทงบอล จะหันไปเล่น แทงบอล กันเองมากขึ้น
“อย่างนี้เด็กๆ ก็เล่นกันได้ เล่นแบบตัวต่อตัว กับเพื่อนหรือกับคนรู้จัก ซึ่งตำรวจไม่สามารถไปติดตามจับกุมได้ทั้งหมด” ผกก.ศดส.ระบุ
เมื่อ เจอปัญหาแบบนี้ พ.ต.อ.สุรัศมิ์ บอกว่า ทาง ศดส.ก็จำเป็นต้องปรับแผน ด้วยการจัดชุดประชาสัมพันธ์ จำนวน 30 นาย กระจายกันลงไปตามสถานศึกษาที่เป็นเป้าหมาย อาทิ โรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีเด็กผู้ชายจำนวนมาก รวมทั้งมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เยาวชนดูฟุตบอลเป็นกีฬา อย่าเล่นการ แทงบอล
“เรา จะไม่เข้าไปจับ หรือเข้าไปทำให้เด็กกลัว เพราะทำอย่างนั้นจะไม่มีประโยชน์ และสถานศึกษาก็จะไม่ให้ความร่วมมือด้วย เนื่องจากจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ฉะนั้นเราจะเน้น การป้องปราม กดดัน ติดโปสเตอร์รณรงค์ และเปิดให้แจ้งเบาะแส พร้อมๆกับสร้างสำนึกให้เด็กรู้จักดูฟุตบอลให้เป็นกีฬา”
พ.ต.อ. สุรัศมิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากชุดประชาสัมพันธ์แล้ว ยังจัดกำลังสายตรวจอีก 5 ชุด ซึ่งล้วนเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ตระเวนไปตามเป้าหมายใหญ่ๆ ซึ่งเป็นสถานที่รับ แทงบอล โดยมุ่งไปยังบริเวณรอบๆ สถานศึกษาเป็นหลัก เช่น ย่านรามคำแหง หัวหมาก หรือย่านที่มีเด็กมั่วสุมกันมากๆ รวมทั้งร้านเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งสายตรวจทั้ง 5 ชุดนี้ หากพบการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการจับกุมทันที
“ที่ผมห่วง ก็คือ ปัญหาที่สืบเนื่องจากการชมฟุตบอลโลก โดยถ้าเป็นเด็กเล็กหน่อย เช่น เด็กมัธยม หากดูฟุตบอลดึก ก็อาจจะตื่นสาย ไปโรงเรียนไม่ไหว ตรงนี้ก็เป็นปัญหา และอาจจะมีเด็กบางส่วนสบโอกาสหนีเที่ยว ไม่ไปโรงเรียนอีกด้วย”
“สำหรับกลุ่มเด็กโต หรือนักศึกษาที่เล่น แทงบอล หากเสียเงินหรือติดหนี้ ก็อาจจะไปขายตัวเพื่อแลกเงินมาใช้หนี้ แทงบอล ซึ่งปัญหาลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในช่วงฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศ”
ผู้ กำกับการ ศดส. ยังเห็นว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้กระแส แทงบอล ครั้งนี้ ระบาดอย่างหนัก ก็คือ สื่อสารมวลชน เพราะสื่อทุกแขนงพร้อมใจกันเสนอข่าวอย่างคึกคัก จนกลายเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากเล่น แทงบอล ไปโดยไม่รู้ตัว
“โดยเฉพาะสื่อทีวี วิทยุ จะมีรายการวิเคราะห์ผลการแข่งขันแทบทุกคลื่น ทุกช่อง ทั้งยังมีการชี้นำว่า ทีมไหนจะชนะ ด้วยสกอร์เท่าไหร่ ใครจะเข้าถึงรอบไหน ใครมีโอกาสเป็นแชมป์”
“แบบนี้ย่อมทำให้ เด็กอยากจะทดลองเล่น แทงบอล มากขึ้น และเท่าที่เราเคยพบ เด็กอายุแค่ 11-12 ขวบก็เล่น แทงบอล กันแล้ว บางคนก็ แทงบอล กัน 10 บาท หรือน้ำอัดลม 1 ขวด ก็มี”
พ.ต.อ. สุรัศมิ์ กล่าวด้วยว่า เยาวชนหากหลงเข้าไปเล่นการ แทงบอล จะมีปัญหามากกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กนั้น ถ้ารักทีมใด ก็จะรักแบบทุ่มเท ส่งผลให้ แทงบอล แบบไม่คิดถึงทางเสีย เพราะต้องการเชียร์ทีมที่ตนรัก ด้วยเหตุนี้ จึงอยากจะวิงวอนให้ทุกฝ่าย รวมทั้งสื่อมวลชนทุกแขนง ช่วยกันป้องปรามเด็กและเยาวชน ให้หลีกห่างจากการ แทงบอล ให้มากที่สุด
